Home

เรื่องมันเริ่มจาก....
 
 
เมื่อวันอาทิตย์ ผมได้กระต่ายมาคู่หนึ่ง จริงๆ ผมกับแฟนก็อยากจะได้กระต่ายมาเลี้ยงเหมือนกัน แต่เราก็กลัวว่า เราจะเลี้ยงมันได้ไม่ดี เราก็เลยไม่ซื้อมา แต่แล้ว ในที่สุด เราก็ต้องเป็นเจ้าของกระต่ายจนได้ เพราะพี่ชายแฟนยกให้
 
 
เราได้กระต่ายมาสองตัว แฟนผมก็ขมักเขม้นหาชื่อให้มันทันที ตัวหนึ่ง ชื่อ "ปุกปุย" ตัวหนึ่งชื่อ "ปุยฝ้าย" เพราะตัวหนึ่งเป็นตัวผู้ อีกตัวเป็นตัวเมีย
 
"ผมชื่อปุกปุยนะครับ"
 
จริงๆ แล้ว ใจหนึ่งก็ไม่อยากเลี้ยงมันเท่าไหร่หรอก เพราะว่า พวกนี้ น่าตามันน่ารักน่าชัง เดี๋ยวก็ต้องรักมันจนได้ กลายเป็นว่า จะทำอะไรก็คงจะไม่เป็นสุข เพราะต้องคอยดูแลมัน
 
"... หม่ำ หม่ำ..."
 
เจ้า "ปุกปุย" ค่อนข้างฉลาดมากทีเดียว มันซุกซนมาก อยากรู้อยากเห็นไปซะหมด
 
"อ๊ะ จะทำอะไรนะ"
 
วันรุ่งขึ้น ผมกับแฟนก็เลยต้องหาตะแกรง จัดหน้าบ้านกันใหม่ ให้มันได้อยู่กันกว้างๆ เลย เพราะธรรมชาติของเขา ต้องวิ่งไป วิ่งมา ไม่อยากให้มาอยู่อุดอู้ในกรง มันกลายเป็นภาระงานที่เราต้องปลีกมาทำให้กับมันด้วยความเต็มใจจริงๆ
 
"นี่ๆ เอาอะไรมาส่องผมอะ ไหนดมดูหน่อยซิ"
 
"ปุกปุย" คุ้นกับคนง่ายมาก วางใจพวกเราเป็นอย่างดี เพราะนอนหลับอย่างสบายๆ ซึ่งจริงๆ แล้ว หากกระต่ายนั่งนิ่งๆ ก็เป็นการพักผ่อนเหมือนกัน แต่บอกให้รู้ว่า มันไม่วางใจกับพวกเราเท่าไหร่ แต่ "ปุกปุย" นอนเหยียดแข้ง เหยียดขาหลับสบายเลย มันก็คงจะรู้นะ ว่าพวกเรา รักมันเข้าให้แล้ว
 
"เอ๊ะ มาแอบถ่ายตอนผมกินอาหารว่างเหรอ"
 
แต่เมื่อวานนี้ ตอนบ่ายๆ มันเริ่มท้องเสีย พวกเราใจหายมาก แต่คิดว่า คงเพราะมันเปลี่ยนสถานที่หรือเปล่า หรือเพราะว่า มันกินอาหารมากไป เราก็เริ่มจะใจไม่ค่อยดีกันเท่าไหร่ ยิ่งหาใน Internet ก็ยิ่งใจคอไม่ดี เพราะกลัวว่ามันจะเป็นอะไรไป
 
"จ๊ะเอ๋ !!"
 
เช้าวันนี้ ก็เหมือนกับทุกๆ วัน แต่ผิดไปตรงที่ ปกติผมทำงานดึกมาก และตื่นติดสายๆ เสียงแฟนผมมาปลุกแต่เช้า...
 
อืม... คงถึงเวลาต้องตื่นแล้วเหรอเนี๊ยะ ... แต่ที่ได้ยินจากแฟนคือ "ตื่นเถอะ ปุกปุยอาการไม่ดีเลย เราพาไปหาหมอดีกว่า" ผมได้ยินเลยรีบลุกขึ้นแต่เช้า ไม่ต้องดูแล้วว่านอนครบหรือเปล่า หายง่วงหรือยัง ผมรีบลุกอาบน้ำแต่งตัวให้เร็วที่สุด ที่จะเป็นไปได้ เช้านี้ "ปุกปุย" อาการดูไม่ดีเลย เรารีบจับมันใส่ตะกร้า แล้วไปหาหมอกันที่แถวเขารัง แห่งแรกที่เราไปถึง มัน "ปิด" ทุกวันพฤหัส
 
ไม่เคยใจหายแบบนี้เลย มันมีชีวิตหนึ่งที่อยู่ในมือของเราตอนนี้ จะรักษาเขาได้ยังไง เราเค้นความคิด เท่าที่เราจะคิดออก เราไม่ได้เลี้ยงอะไรกันมานานแล้ว แฟนเลยบอกว่า "สามกอง" ซิ มีอีกแห่งหนึ่ง
 
"พาผมออกไปเล่นหน่อยซิ..."
 
ผมรีบหันมอเตอร์ไซค์กลับไปทางสามกองให้เร็วที่สุด "คลีนิคสัตว์เมตตา" เปิดร้านด้วย โชคดีจังเลยนะ "ปุกปุย" จะมีคนมาช่วยแล้ว เราคิดกันอย่างนั้น ลุงแก่ๆ คนหนึ่งมาเปิดประตูต้อนรับเรา ผมโล่งใจไปมากเลย
 
"หล่อ ๆ..."
 
แต่เมื่อถึงหน้าเคาเตอร์ ผมไม่รู้ว่าเขาคือใคร พนักงาน หรือเจ้าของ เขาไม่เหลือบตามามองเจ้า "ปุกปุย" ของผมเลยด้วยซ้ำ แล้วบอกเพียงว่า "กระต่ายไม่รักษา" แล้วเขาก็จัดนู่น จัดนี่ ของเขาไป โดยไม่สนใจเราเลยซักนิด
 
มันเป็นเหมือนความหวังสุดท้ายที่เราคิดออก
 
แต่ความหวังนั้นของเราถูกทิ้งไปแล้ว ทำไมเขาไม่คิดจะช่วย หรือแนะนำอะไรเราเลย เราควรไปที่ไหน เราควรปฐมพยาบาลเขาอย่างไร ที่นี่มันคลีนิคสัตว์ไม่ใช่เหรอ
 
เพียงเพราะเขารักษาไม่เป็นหรือ
 
หรือเพราะว่า มันไม่คุ้มค่าเงิน
 
หรือเพราะว่า ก็แค่สัตว์ตัวหนึ่ง ตายก็ช่างมัน
 
...
 
..
 
ก้อนเนื้ออุ่นๆ ยังถูกห่ออยู่ในตะกร้า ที่แฟนผมถนอมถือมันเอาไว้
 
เอางี้ งั้นเราซื้อน้ำเกลือผง กับยาคูลย์ให้มันได้ประทัง พอฟื้นแรงขึ้นมาก่อนดีกว่า เผื่ออาการมันจะดีขึ้นบ้าง แล้วค่อยลองถามดูว่า ใครรู้จักหมอบ้าง
 
เราพามันกลับบ้าน พร้อมผงเกลือแร่ 2 ซอง
 
ผสมน้ำแล้วใส่หลอดให้มันกิน
 
 
....
 
 
....
 
ผ่านไปประมาณเกือบ 30 นาที มันเริ่มหายใจเป็นจังหวะมากขึ้น แสงเทียนเล็กๆ เริ่มส่องสว่างมาอีกครั้ง
....
แต่แสงเทียนเล่มนั้น ก็ส่องได้เพียงไม่นาน "ปุกปุย" เริ่มมีอาการชักเกร็ง
เพียงไม่นาน มันก็สงบนิ่งลง
 
 
แสงเทียนเล่มน้อยของผม ดับไปแล้ว เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณของ "ปุกปุย" นอนในตะกร้าที่เดิม
 
 
หากเพียงได้รับคำแนะนำอะไรบ้าง เพื่อยื้อเขาไว้ได้ "ปุกปุย" ก็คงจะยังอยู่กับเรา
 
ไม่เคยโกรธและเกลียดอะไรมานานมากแล้ว
วันนี้ เป็นวันที่กลับมาโกรธและเกลียดขนาดนี้อีกครั้ง
 
ได้แต่คิดว่า เขาคงได้รับโอกาสแบบเดียวกับที่ให้กับ "ปุกปุย" ของเรา
นาทีสุดท้าย ที่ไม่มีใครเห็นค่า ว่าชีวิตของเขาจะเป็นตายยังไง
 
หากเขาเป็นพนักงาน เขาควรจะไปหางานที่อื่นทำ ที่นั่น คงไม่เหมาะกับคนอย่างเขาจริงๆ
 
แต่หากเขาเป็นเจ้าของ เขาควรไปเปิดโรงฆ่าสัตว์แทน น่าจะเหมาะกว่า
 
 
"หลับฝันดีนะปุกปุย ถึงเป็นช่วงสั้นๆ จริงๆ แต่พวกเราก็รักแกนะ...."

Comment

Comment:

Tweet

อาหารเป็นสิ่งที่ต้องระวังมากสำหรับกระต่ายค่ะ เห็นจากในรูปเห็นว่ามีแครอท จริงๆแล้วกระต่ายไม่ควรกินแครอทนะคะ เพราะว่าในแครอทมีน้ำตาลเยอะ กระต่ายที่เด็กมากๆยังไม่ควรกินผักสด ควรให้เค้ากินอัลฟาลฟ่าแห้งหรืออาหารเม็ดไปก่อนจนกว่าจะอายุประมาณ4เดือนขึ้นไป อาหารเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เค้าท้องเสียได้ เพราะฉะนั้นต้องระวังมากๆค่ะ ก่อนจะเลี้ยงกระต่ายควนศึกษาให้ดีมากๆก่อนค่ะ เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่ความจริงแล้วค่อนข้างจะเลี้ยงดูยากและต้องการความเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ

#5 By nzonez (110.168.178.62) on 2013-09-10 11:32

ลูกสาวเราหลับตลอดกาลเพราะพาไปหาหมอแล้วเป็นแบบนั้นเหมือนกัน เราเลี้ยงมาสามสี่ปี

#4 By ปุยฝ้าย (103.7.57.18|1.4.192.57) on 2013-07-03 21:13

หลับฝันดีนะ เจ้าปุกปุย แกจะอยู่ในความทรงจำ...ตลอดไป

#3 By muay (118.173.67.242) on 2011-09-02 10:24

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ ปุกปุยน่ารักมาก

ได้ยินว่ากระต่ายไวกับความชื้นค่ะ ถ้าฝนตกอย่าปล่อยไปเล่นข้างนอกเชียว และถ้่าท้องเสียก็เข้าขั้นอันตรายแล้วค่ะ

แต่คลีนิกใจร้ายจังดูให้ก่อนก็ยังดี

#2 By Nw.kana Quatre on 2011-09-02 10:01

........ อ่านแล้วไปไม่เป็นเลยคะ คือ.... น้องปุกปุยน่ารักมากคะ .....

เสียใจด้วยนะคะ RIP นะ น้องปุกปุย.....

ส้มเคยเลี้ยงกระต่ายนะคะ เลยเข้าใจความรู้สึก และรู้ว่ามันเป็นสัตว์ที่บอบบางมาก เจ็บป่วยง่ายคะ เคยเลี้ยงแล้วก็ดูแลน้องเค้าไม่ได้เหมือนกัน ตอนนั้นเด็กมากๆคะ เลยไม่คิดจะเลี้ยงน้องกระต่ายอีก เพราะเราดูแลเค้าไม่ดีพอ

ส้มเคยเลี้ยงหนูแฮมเตอร์... อันนี้ตั้งใจเลี้ยงเอง จริงใจมากคะ อ่านข้อมูล เข้าบอร์ดแฮมเตอร์ทุกวันช่วงนั้น รักน้องเค้ามาก เลี้ยง3ตัว ตัวแรกโดนอีกสองตัวกัดตายเพราะน้องเค้าตัวเล็กที่สุด รักมากที่สุด เสียใจมากกกก ร้องไห้จะเป็นจะตายเลยคะ เข้าใจว่าแม้เค้าจะเป็นสัตว์ เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ แต่น้องเค้าก็มีจิตใจ ร้องได้ เจ็บเป็น...

อ่านแล้วอยากจะวิ่งไปตบอีพนักงานให้เกรียนไหล ทำไมเป็นคนแบบนี้ ... ทำไม จิตใจ.. ด้านชาขนาดนั้น .... แต่ตะกี้อ่านๆแล้วก็นั่งคิด .... เค้าทำงานอยู่จุดนั้น อาจจะผ่านพบเรื่องแบบนี้มาเยอะ เค้าอาจจะรู้ว่าน้องกระต่ายเค้าอ่อนแอ บอบบาง ช่วยไปอาจจะเท่านั้น ไม่อยากให้น้องเค้ามาตายที่มือเค้า... แต่ถึงอย่างนั้น ก็น่าจะช่วยแนะนำ ช่วยบอกว่าควรไปที่ไหนหน่อยสิ ไม่เข้าใจจริงๆ

อุ๊ยยย ส้มบ่นอะไรมาซะยาว ยังไงก็เสียใจด้วยนะคะ ถือว่าน้องเค้าหมดกรรมเนอะ

รอยเท้าเล็กๆ ที่เดินเข้ามาก่อนจะทิ้งรอยเท้าเล็กๆนั้นไว้ในหัวใจเราตลอดไป ... :)

#1 By OraNgiAtIo on 2011-09-02 07:32