Home

หลังจากที่เสร็จภาระกิจที่กรุงเทพฯ ผมกับคุณภรรยา ตกลงที่จะไปเที่ยวสวนผึ้งกันซักที (จ.ราชบุรี) ก่อนที่จะเดินทางไปทำงานกันต่อที่ นครปฐม 
 
และหลังจากผ่านการเที่ยวมาทั้งวัน เราก็ทะยานรถคันน้อยของเรา กลับมาพักในตัวเมืองของราชบุรี ระหว่างทาง เหลือบไปเห็นร้านอาหาร "ครัว จัดจ้าน" ซึ่งคุยกันว่า มานั่งทานกันที่นี่แล้วกัน จ่ายแพงซักหน่อยมั้ง แต่เราจะได้พักกันเร็วหน่อย หลังจากที่วันนี้ "ตะลอน" ไปกับสวนผึ้งเกือบทั้งวัน
 
หลังจากเข้าที่พัก อาบน้ำ พักผ่อนกันพอสบายเนื้อสบายตัวแล้ว 17:30 เราก็งัดตัวเอง ออกจากห้องพัก เดินกันไปหาอะไรทานกันที่ "ครัว จัดจ้าน"
 
 
ไปถึงปุ๊บ คุณบริกร เดินมาพร้อมเมนู หลังจากวางลงบนโต๊ะ 3 วินาที ก็ถามว่า "รับน้ำอะไรดีครับ" .... เอ่อ .... คือยังไม่เห็นเมนูเลย จะรีบไปไหนเนี๊ยะ

คุณภรรยา สั่งน้ำแตงโมปั่น ก็เลยจัดตามเลยละกัน ง่ายๆ หลังจากรับรายการน้ำเสร็จ คุณบริกร หายไป 30 วินาที แล้วเดินกลับมาประจำโต๊ะใหม่ พร้อมถามว่า "รับรายการอาหารอะไรครับ !!!" ..เฮ้ย !! .. หน้าแรก ตรู ยังอ่านไม่หมดเลย เลยหันไปยิ้มแล้วบอกว่า ซักครู่นะครับ

คุณภรรยาก็ดีใจหาย นั่งอ่านไปเรื่อยๆ ประมาณ สะกดไปทีละตัวเลย ป. อา. ปลา หอ มอ อึ กอ หมึก .. ปลาหมึก !!!

เลยหันไปบอกว่า พี่ขอดูรายการก่อนแล้วกันครับ เดี๋ยวพี่เรียกนะครับ .... ^_^ (หลังจากที่ถูกยืนกดดันมาระยะหนึ่ง)
 

 
สรุปเราได้รายการที่มาประลองชิมกัน ดังนี้เลยครับ
จานแรก กับ "ยำวุ้นเส้น ทะเล" เมนูประจำคุณภรรยา พูดเลย อลังฯ มาก !!
 
 
ว่ากันแบบตรงไป ตรงมาครับ ตอนเห็นราคา แอบนั่ง มีอาการ ปากแห้ง หายใจขัด อยู่บ้าง (คนมีภรรยาจะเข้าใจอาการนี้) แต่เห็นมาตั้งแบบนี้แล้ว บอกเลยครับ คุ้มราคามาก
 
 
ตักหนวดปลาหมึกจากจาน "ยำวุ้นเส้น" มาเทียบกับช้อนให้เห็นกันชัด ชัด ครับ สดมาก (มีอุปกรณ์วัดประจำตัวครับ เพราะปลาหมึกไม่สด จะเกิดอาการภูมิแพ้ ไม่เกิน 10 นาที อันนี้ ใครเป็นโรคภูมิแพ้จะเข้าใจ) เนื้อหวานมาก เต็มคำ รสเปรี้ยว เค็ม อมหวานเล็กน้อย ไม่จัดจ้านมาก กำลังดี ฟันธงว่า อร่อยเต็ม 10 เลยครับ

 
จานถัดมา กับ "สลัดทูน่า สมุนไพร" วางจานลงครั้งแรก มองหน้าภรรยาด้วยความรู้สึก เฮ้ย!! ไม่สุก กินไงอะ ... คาวโคตร แน่เลย

แน่นอน ผมต้องลองก่อนครับ (หน่วยกล้าตาย) หลังจากตักปลาทูน่า ที่จัดมาแบบ เสต็กแบบสุกน้อย ผมก็เลยเอาจิ้มๆ กับซอสสีน้ำตาลเข้มที่ราดมากับจาน (อย่างน้อย ถ้ามันคาว คงจะช่วยแก้ได้บ้าง)

จะบอกไงดีอะ สัมผัสแรก มันเหมือนกับเราทานเนื้อหมัก กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยขึ้นสัมผัสจมูก แบบที่ไม่รู้สึกถึงกลิ่นคาว หรือความรู้สึก ยุ่น ย่น แบบที่เราทานเนื้อปลาดิบ กับวาซาบิ เลยครับ หลังจากทานไปซักพัก ด้วยความสงสัยว่ามันเป็นเพราะอะไร เลยลองเอาซอสมาชิมดู เลยพบว่า หน้าตามันเหมือนกับ เทอริยากิ แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นซอสที่น่าจะมีส่วนผสมจาก น้ำผึ้ง มะนาว และน้ำตาล เคี่ยวด้วยกัน เพราะเวลาชิมแต่ซอส เราจะเจอกลิ่นอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของน้ำผึ้งได้ชัดเจน ซึ่งน่าสนใจว่า มันเข้ากับเนื้อปลาทูน่าแบบนี้ได้เป็นอย่างดี
 
 
 เมนูสุดท้าย กับปลาหมึก กระเทียมพริกไทย ยัดไส้ ครับ ซึ่งก็การันตีความอร่อยได้อีกเหมือนกันครับ
 
 
ด้านนอก เป็นปลาหมึก เนื้อหนา ยัดไส้ด้วย หมูสับปรุงรส ราดด้วยน้ำปรุง และโรยกระเทียมเจียว
 
 
และอยากบอกว่า หากคุณมองภาพประตูทางเข้าที่ผมแปะให้ดูตอนต้น จะมีป้ายแขวนไว้ว่า "ขออภัยโต๊ะเต็ม" ซึ่งก็เต็มจริงๆ ครับ เพราะภาพนี้ ถ่ายตอนพวกเราอิ่มและเดินอุ้ยอ้ายกันออกจากร้าน แล้วก็คุยกันว่า "ดีแหะ เรามาเร็ว ไม่งั้น คงอดกินของอร่่อยกัน"
 
สำหรับคนที่มานั่งทานคนเดียว แนะนำว่า สั่งแค่อย่างเดียว ก็พอแล้วครับ หรือเสริมข้าวเปล่าซักจาน เพราะ ไม่ใช่เรื่องราคา ที่อาจจะดูสูงไปซักนิด (ราคาเฉลี่ย 100-200 บาท คุ้มมาก) แต่เพราะว่า หากสั่งมากกว่า 1 อย่าง คุณอาจจะต้องหิ้วกลับไปทานต่อที่บ้านแน่นอนครับ ^_^

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/kitchenjadjarn